หากท่านต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดจากทางบริษัทของเรา

กดที่นี่เพื่อสมัคร
Email This Print This 

จุดเด่นกองทุน

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย เป็นโรงแรมคุณภาพระดับ 5 ดาว ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท

โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย มีการบริหารงานภายใต้สัญญาบริหารจัดการกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) มีโรงแรมอยู่ภายใต้การบริหารงานจำนวน 12 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนห้องพักรวม 2,799 ห้อง (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2551) ทั้งนี้ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการบริหาร และการจัดการโรงแรมมานานกว่า 20ปี มีเครือข่ายการตลาด ที่เข้มแข็ง มีฐานพนักงานที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจโรงแรม รวมถึงมีความแข็งแรงทางการเงิน และชื่อเสียงของแบรนด์ (Brand) “เซ็นทารา” “เซ็นทารา แกรนด์” และ “เซ็นทาราวิลลา” โดยชื่อ “เซ็นทารา แกรนด์” ที่ใช้กับโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทสมุย นี้ เป็นชื่อที่ใช้สำหรับโรงแรมที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน (High End)

อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวของเกาะสมุยมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ดี

เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและทำรายได้เป็นอันดับ 6 ของประเทศ หรือประมาณร้อยละ 1.88ของรายได้การท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งหมด 1 รองลงมาจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะสมุยในปี 2550มีจำนวน 1.05ล้านคน ซึ่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.81 เมื่อเทียบกับปี 2549และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.41เมื่อเทียบกับปี 2548นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะสมุยมีผลมาจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมายังเกาะสมุยของบริษัท สายการบินกรุงเทพ จำกัด และนับตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินเดินทางไปกลับระหว่าง กรุงเทพฯ-เกาะสมุย วันละ 2 เที่ยวบิน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีความต้องการเดินทาง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุตสาหกรรมโรงแรมบนเกาะสมุยมีการเจริญเติบโตตามไปด้วย

กราฟแสดงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะสมุย กราฟแสดงจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารไปยังเกาะสมุย

ความโดดเด่นด้านสถานที่ตั้งของโรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย ที่ตั้งอยู่บนหาดเฉวงซึ่งเป็นหาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดบน เกาะสมุยแห่งหนึ่ง

 หาดเฉวงเป็นศูนย์กลางความเจริญที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก จำนวนมากที่สุดบนเกาะสมุย รวมถึงมีชายหาดกว้างและทรายขาวละเอียด หาดเฉวงจึงเป็นหาดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและมาพักอาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย มีลักษณะโดดเด่นโดยมีพื้นที่หน้าหาดติดทะเลประมาณ 300เมตร รวมทั้งมีการคมนาคมสะดวกเนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสมุยประมาณ 11กิโลเมตร และมีบริการรถรับ-ส่งผู้เข้าพักไปยังสนามบิน

การมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง และการประกอบการมากว่า 13 ปี

 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2538ซึ่งมีรายได้รวมจากการดำเนินงานในปี 2548 ปี 2549 และปี 2550 เท่ากับ 489 491 และ 456ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 840 . ร้อยละ 79 0 .และร้อยละ 66.6และมี อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 4,723บาท 5,198บาท และ 5,818บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ เนื่องจากโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท สมุย ได้ดำเนินการปรับปรุงห้องพักในปี 2549จำนวน 36 ห้องเป็นเวลา 107วัน และในปี 2550จำนวน 71ห้องเป็นเวลา 75 วัน และ 86ห้องเป็นเวลา 105วัน ดังนั้น หากคิดอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจากจำนวนห้องที่ไม่ได้ปิดปรับปรุง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในปี 2549และในปี 2550เท่ากับร้อยละ 832 . และ ร้อยละ 82.6 ตามลำดับ

มีการปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ พร้อมเพิ่มรูปแบบห้องพักในปี 2550

 เพื่อเป็นการรองรับความต้องการของผู้เข้าพักได้ดีขึ้น ในปี 2550มีการปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ (Major Renovation) และมีการเพิ่มรูปแบบห้องพักในลักษณะ Pool Suite ซึ่งมีสระว่ายน้ำส่วนตัว จำนวน 28ห้อง ทำให้ปัจจุบัน โรงแรมมีรูปแบบห้องพักที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งทำให้ทรัพย์สินที่กองทุนรวมเข้าลงทุนดังกล่าวมีสภาพดี และมีศักยภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้น กองทุนรวมจึงไม่ต้องทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ในระยะเวลาอันใกล้

การประกันรายได้สะสมขั้นต่ำของกองทุนรวมเป็นระยะเวลา 4 ปี

 เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)ตกลงและรับรองภายใต้สัญญาเช่าอาคารและระบบสาธารณูปโภคระหว่างกองทุนรวมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ว่ากองทุนรวมจะมีรายได้สะสมจากการนำทรัพย์สินที่กองทุนรวมเข้าลงทุนครั้งแรกออกหาประโยชน์โดยนำออกให้เช่าแก่ผู้เช่าช่วง หลังหักงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์ที่เช่าโดยมีรายละเอียดตามที่ กำหนดในข้อ 4.2(ข)

ข้อสัญญาในการดำรงสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน

 บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบุคคลเดียวกันของบริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) จะเข้าจองซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 25แต่ไม่เกิน 33.33ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดตลอดระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมเริ่มมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบุคคลเดียวกันของบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน) ตกลงจะไม่จำหน่าย จ่าย โอนกรรมสิทธิ์หรือก่อภาระผูกผันใดๆ ในหน่วยลงทุนดังกล่าว

การลงทุนในอนาคตจากการได้รับสิทธิปฎิเสธก่อน (Right of First Refusal)เป็นระยะเวลา 7ปี

 ณ วันที่กองทุนรวมเข้าลงทุนครั้งแรก กองทุนรวมจะได้รับสิทธิปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal)จาก บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ในการลงทุนในอนาคตในโครงการโรงแรมที่บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยให้รวมถึงโครงการโรงแรมที่เริ่มมีการดำเนินการแล้วและโครงการโรงแรมที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเฉพาะในกรณีที่บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือประสงค์ที่จะจำหน่าย ให้เช่า และ /หรือโอนสิทธิการเช่าสำหรับทรัพย์สินดังกล่าว (เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าหรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง (หากมี) ครบถ้วนแล้ว) ให้แก่บุคคลอื่นซึ่งมีฐานะเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนเป็นการทั่วไป (ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทเดียวกันกับกองทุนรวม) โดยกองทุนรวมจะมีสิทธิซื้อ เช่า และ/หรือรับโอนสิทธิการเช่าทรัพย์สินดังกล่าวและกองทุนรวมต้องชำระค่าตอบแทนให้แก่บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือ โดยกองทุนรวมจะต้องใช้สิทธิดังกล่าวภายใน 7ปีนับจากวันที่กองทุนรวมเข้าลงทุนครั้งแรก ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาให้สิทธิในการลงทุนก่อนบุคคลภายนอก อนึ่ง ในวันที่กองทุนรวมเข้าลงทุนครั้งแรก ทรัพย์สินดังกล่าวมีจำนวน 12โครงการ